ธันวาคม 1, 2021

กีฬาแกลิค

อัพเดตข่าวสารกีฬาต่างๆ

เผยเรื่องสุดเศร้า เมื่อตำนานกองกลางสมาคมได้จากไปอย่างเงียบๆในวัย 74 ปี

เผยเรื่องสุดเศร้า

เผยเรื่องสุดเศร้า แมนซิตี้ทุกข์ใจตำนานผู้ใหญ่สิ้นในวัย74ปี

เผยเรื่องสุดเศร้า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงถ้อยแถลง เผยเรื่องสุดเศร้า การันตีว่า โคลิน เบลล์ ตำนานมิดฟิลด์คนประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับสมญานามว่า “เดอะ คิง ออฟ คิปแพ็กซ์” เสียชีวิตแล้วในวัย 74 ปี หลังจากที่ป่วยไข้ มาได้ครู่หนึ่งใหญ่ๆ หัวใจหล่อมาก

เบลล์ ใช้เวลาค้าลำแข้งอยู่ในถิ่น เมน โร้ด (สนามเหย้าเดิมก่อนที่จะแปลงมาเป็น เอติฮัด สเตเดี้ยม) ตรงเวลา 13 ปี โดยช่วยทำให้กองทัพ “เรือใบสีฟ้า” ได้แชมป์ดิวิชั่น 1 (พรีเมียร์ลีก) และก็ ดิวิชั่น 2 (เดอะ แชมเปี้ยนชิพ) แล้วก็แชมป์ เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ (คาราบาว คัพ) รวมทั้ง คัพ วินเนอร์ส คัพ (ตอนนี้ยกเลิกการแข่งขันไปแล้ว)

กองกลางกลุ่มชาติอังกฤษรายนี้ ได้รับการเชิดชูว่าเป็นเลิศในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ตลอดไปของแมนฯ ซิตี้ ด้วยการซัดไปถึง 117 ประตูจากการเล่นเกมลีก 394 แมตช์ ยิ่งไปกว่านี้ชื่อของ เบลล์ ยังได้ถูกเอามาตั้งเป็นชื่อบนอรรธจันทร์ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อเป็นเกียรติให้กับเขาด้วย

คำแถลงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอกว่า “มันช่างเกิดเรื่องที่สุดแสนเสียใจอย่างยิ่ง รวมทั้งหัวใจจะต้องสลายเมื่อพวกเราจำต้องประกาศว่า โคลิน เบลล์ ตำนานแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เสียชีวิตไปแล้ว โคลิน จากไปอย่างสงบเงียบในวัย 74 ปีในตอนบ่ายวันนี้ (วันอังคาร) ภายหลังที่เจ็บป่วยมาได้ครู่หนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด”

“เขาจาก มารี ภรรยา, จอน และก็ ดาว์น ลูกๆกับ ลุค, มาร์ค, อิสล่า รวมทั้ง แจ็ค หลานๆไปแล้ว เขาได้รับการพิจารณาว่าเป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในสมัยของเขา ด้วยการลงเล่นให้กลุ่ม 492 แมตช์ แล้วก็ยิงไป 152 ประตู ในตอนระหว่าง 13 ปีที่เล่นให้กับ ซิตี้ มีนักเตะเพียงแต่ไม่กี่ผู้ที่จารึกชื่อเอาไว้กับ ซิตี้ อย่างไม่มีทางลืม”

“เขามีชื่อเสียงกันในฐานะ โคลิน เดอะ คิง โดยในปี 2004 แฟนบอลโหวตให้นำชื่อของเขาไปติดเอาไว้ที่อัฒจันทร์ข้างในของสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม นับจากนี้ไปเขา แล้วก็เสียงเรียกชื่อของเขาจะได้ยินตลอดในทุกๆแมตช์ตรงนี้” คำชี้แจง ฉบับเดิม กำหนด กีฬาแกลิค

เผยเรื่องสุดเศร้า

เมื่อพินิจพิเคราะห์จากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของทั้งคู่กลุ่ม

  • การมีส่วนร่วมกับประตู (นับตั้งแต่ 1 มกราคม ปี 2020)

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ย้ายมาร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนตลาดฤดูหนาวปี 2020 ปิดตัวลง เขาเปิดฉากสนามในเกมเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 ช่วงวันที่ 1 ก.พ. ปี 2020 ถึงแม้ว่าทุกคนในพรีเมียร์ลีกจะออกตัวก่อนถึงหนึ่งเดือนเต็มๆ

แม้กระนั้นกองกลางชาวโปรตุเกสกลับมีส่วนร่วมกับประตูเยอะที่สุดในลีกนับจากเริ่มปีที่ผ่านมา โดยเขามีส่วนร่วมกับประตูถึง 33 ลูก แบ่งเป็น 19 ประตูกับ 14 แอสซิสต์ มากยิ่งกว่าชั้น 2 อย่าง ซาลาห์ อยู่ 2 ประตู ตอนที่ เควิน เดอ บรอยน์! อยู่ในชั้นที่ 5 แล้วก็มีส่วนร่วมกับประตูทั้งหมดทั้งปวง 25 ลูก แบ่งเป็น 9 ประตูกับ 16 แอสซิสต์

  • จำนวนประตู

บรูโน่ ยังมีสถิติที่เหนือกว่า เควิน ในด้านแนวทางการทำประตูโดยนับจากเขาย้ายมาค้าลำแข้งในพรีเมียร์ลีก ผู้นำกองทัพ “ปีศาจแดง” จ่ายบอลซุกก้นตาข่ายในลีกไปแล้ว 19 ลูก โดย 9 ประตูนั้นมาจากการยิงจุดโทษ ซึ่งถ้าหากนับเวลาในตอนเดียวกันนี้

มีเพียงแต่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ทำประตูมากกว่า (23 ลูก) ด้าน บรอยน์ นั้นยิงทั้งปวง 9 ประตู! โดยมี 4 ประตูที่มาจากจุดโทษ ถ้านับฤดูนี้ บรูโน่ ทำประตูไปแล้วถึง 15 ลูกรวมทุกรายการ (พรีเมียร์ลีก 11 ประตู, ชปล. 4 ประตู) ในตอนที่ มีชื่อทำคะแนนแค่เพียง 3 ลูกเพียงแค่นั้น (เกิดขึ้นในลีกทั้งหมดทั้งปวง)

  • จำนวนแอสซิสต์

อย่างไรก็แล้วแต่ นับว่าเป็นจ้าวที่การแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเพลย์เมคเกอร์ของ “เรือใบสีฟ้า” จ่ายให้สหายร่วมกลุ่มทำแต้มในลีกสูงถึง 16 ลูกมากกว่าอยู่ 2 แอสซิสต์! มีนักเตะอีกหนึ่งคนแค่นั้นที่ทำแอสซิสต์ขึ้น 2 หลักในพรีเมียร์ลีกนับจาก 1 มกราคม ปี 2020

นั่นเป็น แฮร์รี่ เคน ของ สเปอร์ส (11 แอสซิสต์) ในขณะที่ฤดูนี้ เดอ บรอยน์ ทำแอสซิสต์ในลีกไปแล้ว 8 มากยิ่งกว่าอยู่ 1 แอสซิสต์ ซึ่งทั้งคู่รั้งอันดับ 2 แล้วก็ 3 ในชั้นรวมแอสซิสต์ ตามหลังชั้น 1 อย่าง แฮร์รี่ เคน (11 แอสซิสต์) ดูบอลสด

  • อิทธิพลของ บรูโน่ นับตั้งแต่ย้ายมา “ผีแดง”

ฤดูที่แล้วกลุ่มของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีเปอร์เซ็นต์คว้าแชมป์เพียงแต่ 37.5% เมื่อไม่มี แฟร์นันด์ส อยู่ในกลุ่ม นั่นหมายความว่าพวกเขามีเปอร์เซ็นต์ชนะสูงถึง 64.3% เมื่อมี ออกตัวตัวจริง จำเป็นต้องยอมรับจริงๆว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ทำประตูมากขึ้น , เสียประตูลดน้อยลง และก็เก็บแต้มมากขึ้นถ้าหากมีกองกลางโปรตุเกสคนนี้ลงในสนามเป็นหัวใจในดินแดนกลาง

แต่ อิทธิพลนี้ก็เป็นเหมือนกับ เควิน เดอ บรอยน์ โดยเขาพลาดการออกสตาร์ทตัวจริงในลีกเพียง 8 นัดตลอด 2 ฤดูก่อนหน้าที่ผ่านมา แล้วก็เปอร์เซ็นต์ชนะเมื่อมีเขาอยู่ในกลุ่มมีสูงถึง 70% ในทางตรงกันข้ามก็ “เรือใบ” ชนะเพียงแค่ 37.5% เพียงแค่นั้นเมื่อไม่มีกองกลางเบลเยี่ยมคนนี้