มีนาคม 9, 2021

กีฬาแกลิค

อัพเดตข่าวสารกีฬาต่างๆ

ลุ้นแชมป์ พิจารณาโค้งสุดท้าย พรีเมียร์ลีกบางทีอาจเหลือ 3กลุ่ม

ลุ้นแชมป์

ลุ้นแชมป์ สำหรับเพื่อการชิงชัยบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดู 2020-21 กล่าวได้ว่าเข้มข้นแบบสุดๆ

ลุ้นแชมป์ เดินทางล่วงเลยกลางทางมาแล้วสำหรับเพื่อการชิงชัยบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดู 2020-21 กล่าวได้ว่าเข้มข้นแบบสุดๆแม้กระนั้นดูเหมือนกับว่าจะเริ่มเห็นภาพลางๆ แล้วว่ากลุ่มใดจะก้าวขึ้นไปยกถ้วยแชมป์ในฤดูกาลนี้ และก็มีอยู่ 3 กลุ่มที่คงจะยังเพียงพอมีลุ้น

แมนเชสเตอร์ซิตี้ เริ่มกันด้วยกลุ่มแรก “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหตุการณ์ปัจจุบันในตารางคะแนนของพวกเขา (อัปเดตปัจจุบันเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 64) “เรือใบสีฟ้า” ยังคงนำเป็นผู้นำฝูง ด้วยผลงานอันดีที่สุด ลงเล่นไปแล้ว 23นัดหมาย ชนะ 16 เสมอ 5

แล้วก็แพ้ไปเพียงแค่ 2นัดหมาย มี 53 คะแนน จำต้องบอกเลยว่ากลุ่มของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือชาวสเปน เป็นไปได้มากที่สุดที่จะได้แชมป์ลีกสูงสุดของแดนผู้ดีประจำฤดูนี้มาครอบครอง เนื่องจากว่ามีฟอร์มการเล่นที่เสมอต้นเสมอปลาย หนักแน่นทุกตำแหน่ง รวมทั้งนักฟุตบอลทุกคน

ก็ท็อปฟอร์มกันแบบสุดๆการเล่นแบบเข้ากันรู้ใจในแต่ละพื้นที่ของสนามเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เรือใบสีฟ้าลำนี้ใกล้ที่จะแล่นถึงจุดมุ่งหมายเหลือทน เริ่มกันที่แผงหลัง จอห์น สโตนส์ ยกฐานะฝีเท้าของตนเองขึ้นมาได้อย่างน่าชื่นชม ทั้งๆที่ตอนต้นดูราวกับว่าเขาจัดเตรียมที่จะถูกปลดปล่อยออกมา

จากถิ่นเอว่ากล่าวฮัด สเตเดียม อยู่แล้วด้วย แล้วก็ยิ่งมาได้จับคู่กับปราการหลังฝีเท้าเลิศอย่าง รูเบน ดิอาส ก็เป็นอะไรที่พอดีแบบสุดๆสลับกันดักบอล สลับกันเข้าปะทะ ทำให้แนวรุกของกลุ่มคู่แข่งจำเป็นต้องเจอกับความลำบากสำหรับเพื่อการที่จะเจาะกำแพงหินเข้าไปทำคะแนน

ช่วงเวลาที่ฟูลแบ็กอีกทั้งฝั่งซ้ายและขวาอย่าง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก รวมทั้ง ชูเอา คันเซโล ก็เพิ่มเติมเกมบุกได้อย่างดุเดือด แต่ว่าก็ยังคงแน่นแฟ้นในเกมรับ ขยับมาที่แผงกองกลางก็มี โรดรี เป็นกองกลางตัวรับ คอยสกรีนบอลก่อนถึงแผงหลังได้อย่างดีเยี่ยม โดยมี อิลคาย กุนโดกัน

ลุ้นแชมป์ คอยช่วยงาน แต่ว่า กุนโดกัน ก็ยังช่วยขึ้นไปเพิ่มเกมบุกแล้วก็ทำแต้มได้มากมายเหมือนกัน ทั้งคู่คนมีการแบ่งภาระหน้าที่กันอย่างเห็นได้ชัดกระทั่งทำให้แผงกองกลางหนักแน่นมากมายๆส่วนตัวรุกก็มีความจัดจ้าสุดๆไม่ว่าจะเป็น แบร์นาโด ซิลวา, ฟิล โฟเดน, ราฮีม สเตอร์ลิง แล้วก็ กาเบรียล เฆซุส

ที่ปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งขันกระทั่งจับทางได้ยาก ด้วยเหตุว่าทั้งผองสามารถหมุนวนตำแหน่งกันเล่นได้อย่างไหลลื่นนั่นเอง ส่วนที่เจ็บอยู่อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพาทีมมาถึงจุดนี้ รวมทั้งใกล้ที่จะกลับมาช่วยกลุ่มในตอนที่เหลือของฤดูเหลือทนแล้ว

ซึ่งคงจะทำให้ เรือใบสีฟ้า โหดเหี้ยมขึ้นกว่าเดิมอีกมากมาย! ด้วยเหตุดังกล่าวคงจะต้องชูให้ แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 อย่างแน่นอน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นอีกครั้งมที่ยังจะเพียงพอได้โอกาสแทรกลุ้นครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงฤดูกาลนี้ สำหรับ “ปิศาจแดง”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การควบคุมกองทัพของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เหตุการณ์ปัจจุบันในตารางคะแนนของพวกเขา รั้งชั้น 2 ของตาราง ลงเล่นไปแล้ว 24นัด ชนะ 13 เสมอ 7 และแพ้ไป 4นัด มี 46 คะแนน ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 7 คะแนน แต่ว่าแข่งขันมากยิ่งกว่า 1นัด

ลุ้นแชมป์ แม้ว่าจะเกิดเรื่องยากไม่น้อยที่ติดตาม เรือใบสีฟ้า ได้ทัน แต่ว่าก็ใช่ว่าจะไม่มีจังหวะ แต่ว่าสิ่งที่คือปัญหาณ ตอนนี้ของ ปิศาจแดง ก็คือฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ มีสะดุดแพ้บ้าง เสมอบ้าง ซึ่งกลุ่มที่ต้องการจะลุ้นแชมป์สิ่งจำเป็นก็คือการคว้าแชมป์อย่างสม่ำเสมอ กีฬาแกลิค

ลุ้นแชมป์

นักฟุตบอลทุกคนก็ท็อปฟอร์มกันแบบสุดๆ การเล่นแบบเข้ากันรู้ใจในสนามเป็นประเด็นสำคัญ

ลุ้นแชมป์ เนื่องจากแต่ละแต้มนั้นมีความหมายอย่างมาก ยิ่งหากพวกเขาสะดุดรวมทั้ง แมนฯ ซิตี้ ชนะ แต้มมันก็จะยิ่งห่างไปเรื่อยเพราะฉะนั้น โซลชาร์ จำต้องพยายามเร่งเร้าสมาชิกให้รักษาความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่นให้ได้ พากเพียรเก็บ 3 แต้ม และก็จำเป็นต้องลุ้นให้ เรือใบสีฟ้า ดูบอลสด

เสียท่าทำสกอร์ร่วงบ้างเพียงเท่านั้น เอ่ยถึงขุมกำลังของ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้ด้อยกว่ากลุ่มอื่นๆมากสักเท่าไรนัก แม้กระนั้นผู้เล่นแต่ละคนกลับโชว์ฟอร์มสามวันดีสี่วันไข้ บางนัดหมายก็เล่นพอใจหาย บางนัดก็ฟอร์มออกทะเลไปแบบดื้อๆโดยนักฟุตบอลที่ผลงานดีรวมทั้งเป็นประจำก็มีเพียงแค่ บรูโน เฟอร์นันเดส,

ลุค ชอว์, อารอน วาน-บิสซากา แล้วก็ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เพียงเท่านั้น ส่วนผู้อื่นอย่างเช่น มาร์คัส แรชฟอร์ด และก็ อองโตนี มาร์เชียล จำต้องปรับทัศนคติสำหรับเพื่อการเล่นอย่างเร่งด่วน แรชฟอร์ด ควรจะเล่นบอลให้น้อยจังหวะกว่านี้ บางโอกาสเขาได้โอกาสที่ดีเยี่ยมๆสำหรับเพื่อการลุ้นทำแต้ม

แต่ว่าด้วยความยึกๆยักๆทำให้เขาจำต้องพลาดโอกาสไปในหลายๆครั้ง รวมทั้งที่สำคัญควรจะแสดงถึงความมีน้ำใจ จ่ายให้เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีมากยิ่งกว่าบ้าง ส่วน อองโตนี มาร์เชียล ก็น่าจะทุ่มเทให้สุดกำลังมากยิ่งกว่านี้ แต่ละครั้งที่เขาทำทิ่มอลเขาจะไม่ค่อยไล่หลัง

แต่ละเกมวิ่งน้อยมาก และก็สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองจำเป็นต้องปรับแต่งอย่างเร็วที่สุดก็คือการจบสกอร์ ถ้าหากเพิ่มความเฉียบคมให้มากยิ่งกว่านี้ก็จะก่อให้กลุ่มได้ประโยชน์จากทั้งสอง ไม่ใช่คอยเพียงแค่ให้ บรูโน เฟอร์นันเดส คอยเป็นเดอะหามเกือบทุกนัดหมายอย่างที่เป็นอยู่ หากปรับปรุงได้อย่างเร็ว

ก็อาจจะเป็นผลให้ปิศาจแดงมีลุ้นมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านี้แผงหลังอย่าง วิคตอร์ ลินเดลเลิฟ กับ แฮร์รี แม็คแกว่งร์ ก็ควรจะมีสมาธิรวมทั้งเล่นให้เข้ากันรู้ใจกันมากยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ ลินเดเลิฟ ปฏิกิริยาออกจะช้า บางครั้งกลุ่มจะต้องเสียประตูเนื่องด้วยคู่ต่อสู้มีความเร็วมากยิ่งกว่าเขา

สำหรับเพื่อการโฉบมายิงหรือสอดมาโหม่ง ในเวลาที่ แม็คไกวร์ ก็ชอบมีปัญหาสำหรับการพบกับนักฟุตบอลที่มีความเร็วสูง ฉะนั้นทั้งยัง 2 คนจำเป็นต้องช่วยเหลือกัน ถ้าหวังให้กลุ่มมีเกมรับที่ดีมากยิ่งกว่านี้ เพราะว่าพวกเขาเสียไปแล้วถึง 31 ประตูในลีกฤดูกาลนี้นั่นเอง ในช่วงเวลาที่ แมนฯ ซิตี้

พึ่งเสียไปเพียงแค่ 14 ประตูเพียงแค่นั้น เลสเตอร์ซิตี้ นับว่าเป็นอีกครั้งมที่น่าจับตาสำหรับการลุ้นครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูนี้ สำหรับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เหตุการณ์ปัจจุบันในตารางคะแนนของพวกเขา อยู่ชั้น 3 ของตารางก็จริง แม้กระนั้นมี 46 คะแนน

ลุ้นแชมป์ พอๆกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 2 แต่ว่าประตูได้เสียของปิศาจแดงดีมากยิ่งกว่า จุดเด่นของ จิ้งจอกสยาม ภายใต้การควบคุมกองทัพของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นมีสไตล์การเล่นที่กระจ่างแจ้ง วิ่งสู้ฟัด ไล่บี้คู่แข่งขันทุกจังหวะ แล้วก็ที่สำคัญเป็นการโต้กลับเร็วของพวกเขานั้นน่าสยองเอามากๆ

การต่อบอลเพียงแค่ไม่กี่จังหวะครั้งคราวก็ทำให้พวกเขาได้ประตูแล้ว โดยยิ่งไปกว่านั้นการผ่านบอลทะลุแนวรับคู่แข่งขันไปให้บรรดาแนวรุก รวมทั้ง เจมี วาร์ดี ใช้ความเร็วไปทำแต้มนั้นเป็นอะไรที่หยุดได้ยากจริงๆถึงแม้คู่ปรับก็เข้าใจกันดีอยู่แล้วอยู่แล้วว่าพวกเขาจะเล่นอย่างงี้ก็ตาม

ในด้านขุมกำลังก็นับว่าไม่ธรรมดา ตำแหน่งปราการหลัง จอนนี อีแวนส์ ก็ติดต่อประสานงานในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กกับ คักลาร์ โซยุนคู ได้อย่างพอดี ขยับขึ้นมาที่แดนกลาง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี เป็นห้องเครื่องของกลุ่มอย่างแท้จริง ทำเป็นดีทั้งเกมรับและก็เกมรุก ตัดบอลไล่แย่งบอลในดินแดน

กึ่งกลางเก่งมากมาย แถมยังส่งบอลได้อย่างทะลุทะลวงอีกต่างหาก ระหว่างที่ เจมส์ แมดดิสัน ก็อยู่ในตอนขาขึ้นแบบสุดๆสร้างสรรค์เกมได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมี ยูริ ติเตียนเลอมองส์ อีกคนที่แจ๋วไม่แพ้กัน ส่วนแนวรุกก็มี เจมี วาร์ดี กับ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ที่มีความเร็วสูงปรี๊ดคอยขยี้คู่แข่ง

ลุ้นแชมป์ น่าติดตามจริงๆว่าในที่สุดแล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ จะจบฤดูนี้ด้วยชั้นที่เยอะแค่ไหน ดีลสุดคุ้ม