กันยายน 27, 2020

My blog

Just another WordPress site

แลมพาร์ดหงุดหงิด เพราะเหตุไรไม่ใช้วีเออาร์?

แลมพาร์ดหงุดหงิด

แลมพาร์ดหงุดหงิด ผู้จัดการทีมเชลซี ถามถึงการใช้ วีเออาร์ ภายหลังที่เจ้าตัวคิดว่าจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช

แลมพาร์ดหงุดหงิด โดนใบเหลืองลำดับที่สองจนถึงถูกไล่ออกนั้น ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมฟุตบอลชายหนุ่มของ เชลซี ไม่สบอารมณ์ที่ วีเออาร์ ผิดประยุกต์ใช้วินิจฉัยในจังหวะที่น่าจะจำเป็นต้องใช้ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดจุดเปลี่ยนแปลงต่อกลุ่มของตนเอง”สิงห์บลูส์” เริ่มเจริญ ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิสิช

แต่ว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากลูกจุดลูกโทษเข้าไปอย่างเด็ดขาดของ ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมย็องต่อจากนั้นตอนช่วงหลัง ในนาทีที่ 67 เปลี่ยนเป็น “ไอ้ปืนใหญ่” ที่ได้ประตูกลับขึ้นนำจาก โอบาเมย็อง

คนเดิมที่ยิงอย่างเหนือชั้น รวมทั้งเหตุการณ์ของเชลซี ยิ่งชั่วร้ายลงไปอีก เพราะเหตุว่าในนาทีที่ 73 พวกเขาจำเป็นต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน ข้างหลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองลำดับที่สอง รวมทั้งในที่สุดจบเกมด้วยการเป็นข้างแพ้แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์กับ บีอิน สปอร์ต แล้วก็ว่ากล่าวไปยังประเด็นการใช้ วีเออาร์ โดยยิ่งไปกว่านั้นจังหวะที่โควาซิช ถูกใบเหลืองลำดับที่สอง กีฬาแกลิค

เพราะว่าตนคิดว่า จังหวะที่เข้าปะทะกับ กรานิต ชาก้า นั้น มิได้ร้ายแรงเยอะแค่ไหน”นี่มันกฎอะไรกัน? มันเกิดขึ้นอย่างนี้ตลอดที่คุณไม่อาจจะเรียกร้องใบเหลืองลำดับที่สองได้ บางบุคคลที่นั่งอยู่นั่นการันตีความนึกคิดของตนเอง

“ถ้าเกิดพวกเรามี วีเออาร์ มันอาจจะเป็นการดีเลยล่ะ ที่จะประยุกต์ใช้ช่วงท้ายเกมพวกเราบีบคั้นพวกเขาได้บ้าง ผมไม่อาจจะเห็นว่าเป็นความบกพร่องของผู้ร่วมทีม แต่ว่าจังหวะนั้นไม่ควรเป็นใบแดง บอกอีกรอบนะ ผมพากเพียรกลับมามองดูที่พวกเราเสมอ แล้วก็พวกเราก็ทำเป็นไม่ดีพอที่จะคว้าชัยในนัดหมายชิงฯ”แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมฟุตบอล เชลซี กำหนด “สิงห์บลูส์” ไม่ดีพอเพียงจริงๆ

ข้างหลังปราชัย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงฯ พร้อมจวกสมาชิกที่ไม่ยินยอมสืบต่อฟอร์มดีๆในตอนต้นเกมแฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมฟุตบอล เชลซี เปิดเผยว่า กลุ่มตนเล่นกันไม่ได้การเอง ภายหลังที่กองทัพ “สิงห์บลูส์” กลับพ่ายแพ้ อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงแชมป์ ที่สังเวียนลำแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

กีฬาแกลิค

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ส.ค. ก่อนหน้านี้เชลซี ทำท่าว่าจะไปได้ดี ข้างหลังออกตัวได้ดิบได้ดี

ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิสิช แต่ว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการฆ่าลูกจุดลูกโทษเข้าไปอย่างเด็ดขาดของ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมอยองแล้วหลังจากนั้นตอนช่วงหลัง ในนาทีที่ 67 แปลงเป็น “ไอ้ปืนใหญ่” ที่ได้ประตูกลับขึ้นนำ จากลูกยิงสุดเหนือชั้นของโอบาเมยอง

เจ้าเดิม แล้วก็เหตุการณ์ของ “สิงห์บลูส์” ยิ่งเลวทรามลงไปอีก เนื่องจากว่าในนาทีที่ 73 พวกเขาจำเป็นต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน ข้างหลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองลำดับที่สอง และก็ในที่สุดจบเกมด้วยการเป็นข้างแพ้”พวกเราทำเป็นดีตอน 15 นาทีแรก ซึ่งพวกเราทำแต้มได้และก็สร้างจังหวะได้เยอะ ดูบอลสด

แต่ว่าพวกเราอาจจะทำเป็นแม้กระนั้นโทษตนเองที่ไม่ยินยอมสืบต่อ เกม เอฟเอ คัพ นัดหมายชิงฯ มันไม่ใช่เกมที่พวกเราจะมาเดินเที่ยว พวกเราปลดปล่อยให้พวกเขากลับมาสู่เกม ซึ่งเมื่อคุณทำแบบงี้ มันก็ยากที่คุณจะกลับมาสู่เกม พวกเราเล่นกันไม่ดีพอที่จะคว้าแชมป์ในเกมรอบชิงฯ คราวนี้

ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 42 ปี เปิดใจข้างหลังเกมเป็นวันที่ คริสเตียน พูลิสิช พบทั้งยังเรื่องดีและก็เรื่องเลวร้าย เขาเป็นคนทำประตูตั้งแต่ 5 นาทีแรกของเกมซึ่งจังหวะนี้มีทั้งยังความเก่งกาจและก็ความโชคดีรวมกัน แนวรุกวัย 21 ปี ฮอตอีก

เป็นคนพาบอลขึ้นหน้าและก็เริ่มเกมรุกด้วยการจ่ายให้ เมสัน เมาน์ท ด้านซ้ายก่อนที่จะเฉือนเข้ากึ่งกลางโดยบอลไถลแนวรับของอาร์เซน่อลมาเข้าทาง ชิรูด์ สัมผัสบอลแม้กระทั่งกับ พูลิสิช ได้เลี้ยงหลบ คีแรน เทียร์นีย์ หนึ่งจังหวะก่อนซัดทางเข้าไปประตูนี้ทำให้เขาสร้างสถิติเป็นนักฟุตบอลคนอเมริกันคนแรกที่ทำประตูในเอฟเอ คัพ นัดหมายชิงแชมป์

และก็ยังเป็นนักฟุตบอลสหรัฐอเมริกาผู้ที่ 3 ที่ลงเล่นในนัดหมายชิงฯ ต่อจาก จอห์น ฮาร์คส์ และก็ ทิม ฮาวเวิร์ดเกมนี้ในจังหวะโอเพ่น เพลย์ พูลิสิช สะดุดตามากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ความเร็วสำหรับเพื่อการเลี้ยงประหลาดรับอาร์เซน่อลซึ่งก่อปัญหาให้ผู้ร่วมทีมอาร์เตต้าได้ตลอด แม้กระนั้นโชคร้ายอย่างมากที่เขาเจ็บหมูแฮมสตริงจนถึงถูกสลับตัวออกเลยทำให้เกมรุกเชลซีมีคุณภาพลดลงมากมาย

อย่างไรก็ดีเมื่อพินิจจากฟอร์มการเล่น จำเป็นต้องเห็นด้วยว่าเขาเป็นแถวรุกที่เยี่ยมที่สุดของเชลซีเดี๋ยวนี้อย่างแน่นอน หวังว่าการบาดเจ็บของเขาจะไม่หนักมากมายรวมทั้งกลับมาพร้อมฟาดหน้าแข้งในช่วงฤดูกาลหน้าช่องทางยิงเข้ากรอบ 2 ครั้งของ โอบาเมย็อง ในเกมนี้กลายเป็นสองประตูสุดสำคัญ

รวมทั้งเปลี่ยนเป็นกัปตันกลุ่มแอฟริกันคนแรกที่ผงาดแชมป์ เอฟเอ คัพ ไม่สนเท่ห์ใจที่แฟนอาร์เซน่อลจะพูดว่าจุดมุ่งหมายอันดับต้นๆของตลาดซัมเมอร์นี้เป็นการรั้งโอบาเมย็องให้อยู่กับกลุ่มถัดไปให้ได้ดาวยิงกาบองพลาดซิวดาวซัลโวในช่วงฤดูกาลนี้ข้างหลังยิง 22 ประตูตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ เพียงแค่ลูกเดียว

แม้กระนั้นยังนับว่าเป็นฤดูกาลที่เขาแสดงสมรรถนะการจบสกอร์ให้มองเห็นตลอด ไอเดีย, สเต็ปเท้า รวมทั้งการวิ่งหาพื้นที่ทำให้ อาร์เตต้า เจอหน้าที่ใหม่ของเขาโน่นเป็นการใช้ โอบาเมย็อง เล่นเป็นตัวขอบเส้นฝั่งซ้าย เขามิได้เล่นแบบดาวยิงลำดับที่ 9 แม้กระนั้นเขาก็ยังคงทำคะแนนได้เรื่อยแมนฯ ซิตี้

“เวิลด์ คลาส” สำหรับการจบสกอร์ของ โอบาเมย็อง แล้วในรอบรองชนะเลิศก่อนหน้าที่ผ่านมา แล้วก็ นัดหมายชิงแชมป์เจ้าตัวก็โชว์ให้มองเห็นอีกรอบโดยการชิพผ่านตัวของ กาบาเยโร่ แบบเหนือชั้น อาร์เซน่อล ยังมีระยะทางอีกไกลเพื่อจะกลับไปยังจุดสุดยอดแม้กระนั้นทางของพวกเขาจะยากขึ้นไปอีกถ้าหากไม่สามารถที่จะรั้งแผงหน้าคนนี้ไว้ได้ อาร์เตต้า อาจหวังว่าการคว้าชัยชนะคราวนี้คงเป็นสิ่งที่ทำให้เชื่อมั่นกับอนาคตของกลุ่มเยอะขึ้นและก็ตกลงใจถึงปากกาต่อสัญญากับกลุ่ม